ทำเด็กหลอดแก้วไม่สำเร็จ: ทำอย่างไรต่อ

ทำรอบเดิมซ้ำแล้วภาวนาไม่ใช่แผนการรักษา — การทบทวนอย่างเป็นระบบทั้งตัวอ่อน โพรงมดลูก เยื่อบุ และท่อนำไข่ ก่อนตัดสินใจลงทุนอีกครั้ง

✍️ เขียนโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG — แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ · ปรับปรุงล่าสุด สิงหาคม 2026

เริ่มจากความจริงที่ควรรู้

การย้ายตัวอ่อนไม่สำเร็จหนึ่งครั้ง — แม้จะเป็นบลาสโตซิสต์คุณภาพดี — เป็นเรื่องปกติทางสถิติ: อัตราการฝังตัวต่อตัวอ่อนยูพลอยด์คุณภาพดีอยู่ที่ราว 50–65% เท่านั้น หลายคู่เพียงต้องการจำนวนครั้งสะสม ส่วนภาวะตัวอ่อนไม่ฝังตัวซ้ำ (RIF) โดยทั่วไปหมายถึงการย้ายตัวอ่อนคุณภาพดีไม่สำเร็จประมาณ 3 ครั้งขึ้นไป — จุดนั้นคือเวลาที่การทบทวนอย่างเป็นระบบคุ้มค่าที่สุด

คำตอบซ่อนอยู่ใน 4 ที่

การฝังตัวต้องการตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติ โพรงมดลูกที่ปกติ เยื่อบุที่พร้อมรับ และการไม่มีปัจจัยรบกวนอย่างน้ำในท่อนำไข่ การทบทวนอย่างเป็นระบบจะไล่ตรวจทั้ง 4 ด้านนี้ตามลำดับความน่าจะเป็น

ขั้นตอนการทบทวนอย่างเป็นระบบ

  1. ทบทวนข้อมูลรอบที่ผ่านมา

    การตอบสนองต่อการกระตุ้น ความสมบูรณ์ของไข่ อัตราปฏิสนธิ พัฒนาการตัวอ่อนรายวัน และเกรดตัวอ่อน — บันทึกรอบเดิมมักชี้จุดอ่อนได้ก่อนการตรวจใหม่ใด ๆ

  2. ปัจจัยตัวอ่อน

    โครโมโซมตัวอ่อนผิดปกติคือเหตุผลอันดับหนึ่งที่การย้ายไม่สำเร็จ และเพิ่มชันตามอายุ ในผู้ป่วยที่เหมาะสม การตรวจ PGT-A ของตัวอ่อนชุดถัดไปช่วยชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ตัวอ่อนหรือมดลูก

  3. โพรงมดลูก

    ติ่งเนื้อ พังผืด เนื้องอกใต้เยื่อบุ เยื่อบุอักเสบเรื้อรัง และโพรงวิรูปรูปตัว T ล้วนลดการฝังตัว — และส่วนใหญ่มองไม่เห็นบน 2 มิติ เราตรวจซ้ำด้วย 3D-TVUS + SIS และส่องกล้องแบบ no-touch เมื่อมีข้อบ่งชี้ พร้อมรักษาในคราวเดียวเมื่อทำได้

  4. ความพร้อมของเยื่อบุ (receptivity)

    ผู้ป่วยส่วนน้อยมีหน้าต่างการฝังตัวเลื่อนจากมาตรฐาน การตรวจ receptivity (ERA หรือแนวทาง ORA แบบไม่ต้องดูดเยื่อบุของเรา) ช่วยกำหนดเวลาย้ายเฉพาะบุคคล — หลักฐานยังไม่สนับสนุนให้ตรวจทุกราย เราจึงใช้เฉพาะรายที่เข้าเค้า

  5. ท่อนำไข่บวมน้ำและปัจจัยรบกวนอื่น

    ท่อนำไข่ตันที่มีน้ำขัง (hydrosalpinx) ลดอัตราฝังตัวลงราวครึ่งหนึ่ง การรักษาก่อนย้ายรอบถัดไปคือหนึ่งในการแทรกแซงที่หลักฐานดีที่สุดใน IVF ร่วมกับทบทวนไทรอยด์ น้ำหนัก บุหรี่ และปัจจัยฝ่ายชาย

สิ่งที่เราจะไม่ทำ

ความผิดหวังจากรอบที่ไม่สำเร็จทำให้ผู้ป่วยเปราะบางต่อ add-on ราคาแพงที่ไม่มีหลักฐาน การให้สารภูมิคุ้มกันทางหลอดเลือด สเตียรอยด์แบบเหมารวม หรือการขูดเยื่อบุ (endometrial scratching) แบบทำทุกราย ยังไม่มีหลักฐานประโยชน์ที่น่าเชื่อถือ — จุดยืนของเราพร้อมอ้างอิงอยู่ในบทวิเคราะห์ IVF add-ons ทุกการรักษาที่เราแนะนำหลังรอบที่ไม่สำเร็จต้องมีการวินิจฉัยรองรับ

ยินดีให้ความเห็นที่สอง ผู้ป่วยจำนวนมากมาพบเราหลังทำการรักษาที่อื่น นำประวัติมาได้เลย — นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย (FACOG, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG) ทบทวนด้วยตนเอง ตรวจมดลูกซ้ำด้วย 3D-TVUS ในคลินิก และสรุปแผนตามหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ว่าคุณจะรักษาต่อกับเราหรือไม่

นัดหมายปรึกษาแพทย์ ปรึกษาออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

ย้ายตัวอ่อนไม่ติดกี่ครั้งถึงถือว่าผิดปกติ?

อัตราฝังตัวต่อบลาสโตซิสต์ยูพลอยด์คุณภาพดีอยู่ราว 50–65% การไม่สำเร็จ 1–2 ครั้งจึงอาจเป็นเรื่องของโอกาสล้วน ๆ เมื่อย้ายตัวอ่อนคุณภาพดีไม่สำเร็จราว 3 ครั้ง จึงควรทบทวนอย่างเป็นระบบทั้งตัวอ่อน โพรงมดลูก เยื่อบุ และท่อนำไข่

สาเหตุที่ IVF ไม่สำเร็จบ่อยที่สุดคืออะไร?

โครโมโซมตัวอ่อนผิดปกติ ซึ่งโอกาสเพิ่มขึ้นชัดเจนตามอายุฝ่ายหญิง การทบทวนจึงเริ่มจากบันทึกพัฒนาการตัวอ่อน และในรายที่เหมาะสมอาจตรวจ PGT-A ในรอบถัดไป

หลังทำ IVF ไม่สำเร็จควรส่องกล้องโพรงมดลูกไหม?

หากอัลตราซาวด์ 3 มิติหรือ SIS สงสัยความผิดปกติใด ๆ ในโพรง — ติ่งเนื้อ พังผืด ผนังกั้น โพรงรูปตัว T หรือเยื่อบุอักเสบเรื้อรัง — ควรส่อง เพราะยืนยันและมักรักษาได้ในคราวเดียว

ตรวจ ERA คุ้มไหม?

ใช้เฉพาะราย หน้าต่างฝังตัวที่เลื่อนพบในผู้ป่วยส่วนน้อย และการตรวจ ERA ทุกรายยังไม่แสดงประโยชน์ชัดในงานวิจัย เหมาะสุดในรายที่ย้ายตัวอ่อนคุณภาพดี (โดยเฉพาะยูพลอยด์) ไม่สำเร็จซ้ำทั้งที่โพรงมดลูกปกติ

การรักษาด้านภูมิคุ้มกันช่วยเรื่องฝังตัวไหม?

หลักฐานปัจจุบันไม่สนับสนุนการตรวจหรือรักษาภูมิคุ้มกันแบบทำทุกราย เช่น intralipid หรือ IVIG สำหรับตัวอ่อนไม่ฝังตัว เรายึดหลักฐานและอธิบายอย่างเปิดเผย แทนการเพิ่มรายการแพง ๆ ที่ยังพิสูจน์ไม่ได้

Dr. Patsama Vichinsartvichai

เกี่ยวกับผู้เขียน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (อนุมัติบัตรเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์) อดีตหัวหน้าหน่วยเด็กหลอดแก้ว Vajira IVF มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และผู้ก่อตั้ง LIFE by Dr. Pat กรุงเทพฯ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ด้านมดลูกวิรูป (T-shaped uterus) และภาวะมีบุตรยากจากมดลูก

รู้จักหมอพัฒน์ →
LINE WA