มีบุตรยากจากฝ่ายชาย

ครึ่งหนึ่งของภาวะมีบุตรยากเกี่ยวข้องกับฝ่ายชาย — แต่ผู้ชายมักเป็นคนสุดท้ายที่ได้ตรวจ มาดูการประเมิน ตัวเลขที่ต้องรู้ และการรักษาที่ได้ผลจริง

✍️ เขียนโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG — แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ · ปรับปรุงล่าสุด สิงหาคม 2026

เริ่มจากการตรวจที่ง่ายที่สุดแต่ให้ข้อมูลมากที่สุด

ฝ่ายชายมีส่วนในสาเหตุราว 40–50% ของคู่มีบุตรยากทั้งหมด และเป็นสาเหตุเดี่ยวประมาณ 20–30% แต่หลายคู่กลับตรวจฝ่ายหญิงอยู่หลายเดือนก่อนที่ใครจะสั่งการตรวจคัดกรองฝ่ายชายเพียงรายการเดียว นั่นคือการตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ — ไม่เจ็บตัว ราคาไม่แพง และควรอยู่ในจุดเริ่มต้นของการตรวจหาสาเหตุทุกราย

ค่าอ้างอิง WHO ฉบับที่ 6 (2021)

ปริมาตร ≥ 1.4 มล. · ความเข้มข้น ≥ 16 ล้านตัว/มล. · การเคลื่อนไหวรวม ≥ 42% · เคลื่อนไหวไปข้างหน้า ≥ 30% · รูปร่างปกติ ≥ 4% — ค่าเหล่านี้คือเปอร์เซ็นไทล์ที่ 5 ของชายที่มีบุตรได้ ต่ำกว่าเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งไม่ได้แปลว่ามีบุตรไม่ได้ และผลผิดปกติครั้งเดียวควรตรวจซ้ำห่างกัน 2–3 เดือนก่อนสรุป (วงจรสร้างอสุจิหนึ่งรอบใช้เวลาราว 72–90 วัน)

การประเมินฝ่ายชายที่ถูกต้องมีอะไรบ้าง

  1. ตรวจน้ำเชื้อ 1–2 ครั้ง

    ตามมาตรฐาน WHO ฉบับที่ 6 หลังงดหลั่ง 2–7 วัน ผลผิดปกติยืนยันด้วยตัวอย่างที่สองห่างกันอย่างน้อยไม่กี่สัปดาห์

  2. ซักประวัติและตรวจร่างกาย

    การมีบุตรในอดีต การผ่าตัด (ไส้เลื่อน อัณฑะไม่ลงถุง ทำหมัน) การติดเชื้อ ยา การใช้เทสโทสเตอโรนหรือสเตียรอยด์เพาะกาย — สาเหตุที่พบบ่อยและกลับคืนได้อย่างน่าประหลาดใจ — ความร้อน บุหรี่ และแอลกอฮอล์

  3. ตรวจฮอร์โมนเมื่อมีข้อบ่งชี้

    FSH, LH และเทสโทสเตอโรน ช่วยแยกปัญหาการสร้างออกจากการอุดตัน และหาสาเหตุด้านต่อมไร้ท่อ

  4. ตรวจพันธุกรรมในรายรุนแรง

    คาริโอไทป์และ Y-microdeletion เมื่อความเข้มข้นต่ำมากหรือเป็นศูนย์ — ผลตรวจเปลี่ยนทั้งพยากรณ์และการให้คำปรึกษา

  5. ตรวจเสริมแบบเลือกราย ไม่ใช่เหมารวม

    การตรวจ DNA fragmentation มีบทบาทในบางสถานการณ์ (แท้งซ้ำ, IVF ล้มเหลวไม่ทราบเหตุ) แต่ไม่ใช่การตรวจคัดกรองทุกราย — เราบอกตรง ๆ ดูบทวิเคราะห์หลักฐาน add-ons

การรักษา: ตรงตามสิ่งที่ตรวจพบ

แม้แต่ภาวะไม่มีอสุจิในน้ำเชื้อ (azoospermia) ก็ไม่ใช่ทางตัน: ชนิดอุดตันมีอัตราเก็บอสุจิสำเร็จสูงมาก และชนิดไม่อุดตันก็ยังพบอสุจิจากการผ่าตัดได้ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ

LIFE by Dr. Pat ประเมินทั้งคู่พร้อมกัน — ตรวจน้ำเชื้อ ให้คำปรึกษา และตรวจฝ่ายหญิงครบวงจรในที่เดียว ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมการรักษาตั้งแต่แผนไลฟ์สไตล์จนถึงแพ็กเกจ ICSI เหมาจ่ายเริ่มต้น ฿189,500 ดูแลโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย (FACOG, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG)

นัดหมายปรึกษาแพทย์ ปรึกษาออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตรวจน้ำเชื้อปกติคือเท่าไหร่?

ตามเกณฑ์ WHO 2021 (ฉบับที่ 6): ปริมาตร ≥ 1.4 มล., ความเข้มข้น ≥ 16 ล้านตัว/มล., การเคลื่อนไหวรวม ≥ 42%, เคลื่อนไหวไปข้างหน้า ≥ 30%, รูปร่างปกติ ≥ 4% ผลผิดปกติหนึ่งครั้งควรตรวจซ้ำห่างกัน 2–3 เดือนก่อนสรุป

คุณภาพอสุจิดีขึ้นได้จริงไหม?

ได้บ่อยครั้ง การหยุดเทสโทสเตอโรนหรือสเตียรอยด์ เลิกบุหรี่ จำกัดแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงความร้อนต่อเนื่อง และลดน้ำหนัก ล้วนช่วยวัดผลได้ — แต่ต้องใช้เวลา 3–6 เดือน เพราะวงจรสร้างอสุจิหนึ่งรอบยาวราว 72–90 วัน

ฉีดเทสโทสเตอโรนช่วยเรื่องมีบุตรไหม?

ตรงกันข้าม — ฮอร์โมนจากภายนอกกดสัญญาณจากสมองไปยังอัณฑะ และอาจกดการสร้างอสุจิจนเป็นศูนย์ เป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่กลับคืนได้ การฟื้นตัวหลังหยุดมักใช้เวลาหลายเดือน

ถ้าตรวจแล้วไม่มีอสุจิเลย (azoospermia) ล่ะ?

ต้องแยกชนิดก่อน ชนิดอุดตัน (เช่น หลังทำหมัน) มีอัตราเก็บอสุจิด้วยการผ่าตัดสำเร็จสูงมาก ส่วนชนิดไม่อุดตันก็ยังพบอสุจิได้ในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญ อสุจิที่เก็บได้นำมาใช้ปฏิสนธิด้วยวิธี ICSI

ต้องตรวจทั้งคู่ หรือฝ่ายเดียวพอ?

ตรวจทั้งคู่พร้อมกัน เพราะฝ่ายชายมีส่วนราวครึ่งหนึ่งของคู่ทั้งหมดและสาเหตุร่วมพบบ่อย การตรวจทีละฝ่ายเสียเวลาเป็นเดือน — ตรวจน้ำเชื้อและการตรวจฝ่ายหญิงทำเสร็จได้ภายในรอบเดือนเดียว

Dr. Patsama Vichinsartvichai

เกี่ยวกับผู้เขียน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (อนุมัติบัตรเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์) อดีตหัวหน้าหน่วยเด็กหลอดแก้ว Vajira IVF มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และผู้ก่อตั้ง LIFE by Dr. Pat กรุงเทพฯ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ด้านมดลูกวิรูป (T-shaped uterus) และภาวะมีบุตรยากจากมดลูก

รู้จักหมอพัฒน์ →
LINE WA