ตรวจหาสาเหตุมีบุตรยาก

ก่อนจะรักษา ต้องรู้สาเหตุก่อน — การตรวจประเมินภาวะมีบุตรยากแบบครบถ้วนทั้งสองฝ่าย ที่อาจช่วยให้คุณไม่ต้องทำเด็กหลอดแก้วโดยไม่จำเป็น

✍️ เขียนโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG — แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ · ปรับปรุงล่าสุด สิงหาคม 2026

ควรมาตรวจเมื่อไหร่?

ภาวะมีบุตรยากหมายถึงการที่ยังไม่ตั้งครรภ์หลังพยายามมีบุตรสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดเป็นเวลา 12 เดือน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ควรรอครบปี:

ทำไม "การหาสาเหตุ" จึงสำคัญที่สุด

สาเหตุของภาวะมีบุตรยากมาจากฝ่ายหญิงประมาณหนึ่งในสาม ฝ่ายชายหนึ่งในสาม ที่เหลือเป็นสาเหตุร่วมหรือไม่ทราบสาเหตุ การรักษาโดยไม่มีการวินิจฉัยคือการเดา การตรวจอย่างเป็นระบบมักพบปัญหาที่แก้ไขได้จริง เช่น มดลูกวิรูป ท่อนำไข่ตัน ภาวะไข่ไม่ตก หรือปัญหาอสุจิที่รักษาได้ — และบางคู่พบว่าไม่จำเป็นต้องทำเด็กหลอดแก้วเลย

การตรวจประเมินแบบครบถ้วนมีอะไรบ้าง

ที่ LIFE by Dr. Pat เราตรวจทั้งสองฝ่ายไปพร้อมกัน เพราะภาวะมีบุตรยากเป็นการวินิจฉัยของ "คู่" ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง:

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย

    ลักษณะประจำเดือน การตั้งครรภ์ในอดีต ประวัติผ่าตัด โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และไลฟ์สไตล์ของทั้งสองฝ่าย

  2. ตรวจปริมาณไข่สำรอง (ovarian reserve)

    เจาะเลือดดูค่า AMH ร่วมกับนับฟองไข่ตั้งต้น (AFC) จากอัลตราซาวด์ เพื่อประเมินจำนวนไข่และวางแผนการรักษา

  3. ตรวจฮอร์โมน

    ไทรอยด์ โปรแลกติน และฮอร์โมนรอบเดือนตามข้อบ่งชี้ เพื่อค้นหาภาวะไข่ไม่ตก เช่น PCOS หรือปัญหาไทรอยด์

  4. อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด 3 มิติ (3D-TVUS)

    ตรวจโครงสร้างมดลูกและรังไข่อย่างละเอียด จากงานวิจัยที่ผมตีพิมพ์ พบมดลูกวิรูป (T-shaped) ในผู้มีบุตรยากถึงประมาณ 27% ซึ่งอัลตราซาวด์ 2 มิติทั่วไปมักมองไม่เห็น อ่านเรื่อง 3D-TVUS + SIS

  5. ตรวจท่อนำไข่

    ประเมินว่าท่อนำไข่ตันหรือไม่ ด้วยการฉีดน้ำเกลือร่วมกับอัลตราซาวด์หรือ HSG — ข้อมูลสำคัญก่อนเลือกว่าจะพยายามธรรมชาติ ทำ IUI หรือ IVF

  6. ตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อ

    ดูความเข้มข้น การเคลื่อนไหว และรูปร่างอสุจิเทียบเกณฑ์ WHO — ฝ่ายชายมีส่วนในสาเหตุราวครึ่งหนึ่งของคู่ทั้งหมด อ่านเรื่องการตรวจฝ่ายชาย

  7. ส่องกล้องโพรงมดลูกเมื่อมีข้อบ่งชี้

    หากภาพอัลตราซาวด์สงสัยความผิดปกติในโพรงมดลูก เช่น ติ่งเนื้อ พังผืด ผนังกั้น หรือโพรงมดลูกวิรูป การส่องกล้องแบบ no-touch ช่วยยืนยันและมักรักษาได้ในคราวเดียว

หลังตรวจครบแล้วเป็นอย่างไรต่อ

การตรวจทั้งหมดมักเสร็จภายในหนึ่งรอบเดือน จากนั้นคุณจะได้นั่งคุยกับผม — แพทย์คนเดียวกับที่ตรวจอัลตราซาวด์ให้คุณเอง — เพื่อทบทวนผลทั้งหมดร่วมกัน แนวทางรักษาขึ้นกับการวินิจฉัย:

LIFE by Dr. Pat คลินิกรักษามีบุตรยากแบบบูทีคใจกลางกรุงเทพฯ ทุกขั้นตอนการตรวจ — ปรึกษา อัลตราซาวด์ 3 มิติ และส่องกล้องโพรงมดลูก — ทำโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย (FACOG, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG) ด้วยตนเองทุกครั้ง เดินจาก BTS เพลินจิตเพียง 5 นาที ราคาโปร่งใส และไม่มีข้อผูกมัดว่าต้องรักษาต่อที่คลินิก

นัดหมายปรึกษาแพทย์ ปรึกษาออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

ควรมาพบแพทย์มีบุตรยากเมื่อไหร่?

หากฝ่ายหญิงอายุต่ำกว่า 35 ปี ควรตรวจเมื่อพยายามครบ 12 เดือน หากอายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจเมื่อครบ 6 เดือน และควรตรวจทันทีไม่ว่าอายุเท่าไหร่หากประจำเดือนผิดปกติ เป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เคยผ่าตัดอุ้งเชิงกราน แท้งซ้ำ หรือฝ่ายชายมีปัญหาน้ำเชื้อ

การตรวจมีบุตรยากตรวจอะไรบ้าง?

ฝ่ายหญิง: เจาะเลือด AMH และฮอร์โมน อัลตราซาวด์ทางช่องคลอด 3 มิติดูมดลูกและรังไข่ และตรวจท่อนำไข่ ฝ่ายชาย: ตรวจวิเคราะห์น้ำเชื้อตามเกณฑ์ WHO และส่องกล้องโพรงมดลูกเพิ่มเติมเมื่อภาพตรวจสงสัยความผิดปกติ

ใช้เวลาตรวจนานแค่ไหน?

ส่วนใหญ่ตรวจครบทั้งหมดภายในหนึ่งรอบเดือน หลายรายการทำได้ตั้งแต่วันแรกที่มาพบแพทย์ บางรายการต้องนัดตามวันของรอบเดือน

ถ้าตรวจครบแล้วยังไม่พบสาเหตุล่ะ?

พบได้ประมาณ 10–30% ของคู่ทั้งหมด เรียกว่าภาวะมีบุตรยากไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งไม่ได้แปลว่ารักษาไม่ได้ — ทางเลือกตั้งแต่การนับวัน IUI ไปจนถึง IVF จะถูกอธิบายพร้อมโอกาสสำเร็จตามช่วงอายุอย่างตรงไปตรงมา

ตรวจที่นี่แล้วต้องรักษาต่อที่นี่ไหม?

ไม่จำเป็น ผลการตรวจทั้งหมดสรุปเป็นเอกสารที่คุณนำไปใช้ที่ไหนก็ได้ ผู้ป่วยจำนวนมากใช้เพื่อขอความเห็นที่สอง — และจำนวนมากก็มาหาเราด้วยเหตุผลเดียวกันนี้

Dr. Patsama Vichinsartvichai

เกี่ยวกับผู้เขียน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (อนุมัติบัตรเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์) อดีตหัวหน้าหน่วยเด็กหลอดแก้ว Vajira IVF มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และผู้ก่อตั้ง LIFE by Dr. Pat กรุงเทพฯ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ด้านมดลูกวิรูป (T-shaped uterus) และภาวะมีบุตรยากจากมดลูก

รู้จักหมอพัฒน์ →
LINE WA