ไลฟ์บายดอกเตอร์พัฒน์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมสูตินรีเวช · ใบอนุญาตเลขที่ 10102004165
การประเมินมดลูกว่าปกติหรือผิดปกติอันดับแรกต้องเคลียร์กันเรื่องมุมที่เราจะใช้มองกันก่อน มดลูกโดยทั่วไปลักษณะเหมือนเนื้อแผ่นแบน ๆ 2 แผ่นประกบกันในแนวหน้า-หลัง (เรียกส่วนนี้ว่ากล้ามเนื้อมดลูก/myometrium) และโพรงมดลูกที่มีเยื่อบุมดลูก (endometrium) บุอยู่จะอยู่ระหว่างเนื้อแผ่น 2 แผ่นนี้
นอกจากนี้ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ปกติ ความยาวของมดลูกจะยาวประมาณ 7 ซม. โดยตัวมดลูกยาวประมาณ 4-5 ซม. และปากมดลูกยาวประมาณ 2-3 ซม. หรือสัดส่วนตัวมดลูก : ปากมดลูก = 2 : 1 มดลูกพัฒนามาจากท่อ Müllerian ได้แก่ ปากมดลูก (cervix) ตัวมดลูก (corpus uteri) และท่อนำไข่ (fallopian tubes)
ลักษณะสุดท้ายก็คือรูปร่างของโพรงมดลูกเมื่อมองแนวหน้าหลัง (midcoronal view) จะเป็นสามเหลี่ยมหัวกลับ และกล้ามเนื้อมดลูกที่ขนาบโพรงมดลูกอยู่สามด้านจะมีความหนาใกล้เคียงกัน
มดลูกวิรูป (dysmorphic uterus) หรือมดลูกรูปตัว T (T-shaped uterus) เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดของมดลูกอันเกิดมาจากการสร้างกล้ามเนื้อมดลูกที่ผิดปกติ มีชั้นที่กล้ามเนื้อลักษณะเป็นวงหนาเกินไป ทำให้รัดโพรงมดลูกจนแคบลงมาเหมือนตัวอักษร T ในภาษาอังกฤษ
โพรงมดลูกเป็นสามเหลี่ยมหัวกลับ กล้ามเนื้อมดลูกหนาใกล้เคียงกันทุกด้าน
กล้ามเนื้อด้านข้างหนาตัวผิดปกติ บีบโพรงมดลูกให้แคบคล้ายอักษร T
มดลูกวิรูปสัมพันธ์กับการมีเลือดมาเลี้ยงเยื่อบุโพรงมดลูกน้อย เลือดมาเลี้ยงที่มดลูกผิดปกติ การบีบตัวของมดลูกผิดปกติ การรับตัวอ่อน (endometrium receptivity) การฝังตัวของตัวอ่อน (implantation) และการขยายตัวของมดลูกขณะตั้งครรภ์ผิดปกติ
คนไข้ที่เป็นมดลูกวิรูปถ้าไม่ต้องการมีลูกก็อาจจะไม่ได้มีโอกาสมาตรวจเจอเลยเนื่องจากมักไม่พบว่าปัญหาทางนรีเวชอื่น ๆ จะทำให้คนไข้มีความผิดปกติจนต้องมาตรวจ แต่เมื่อพิจารณาถึงการฝังตัวของตัวอ่อนและการตั้งครรภ์จะพบว่ามดลูกวิรูปทำให้โอกาสการฝังตัวของตัวอ่อนลดลงและการยืดขยายตัวของมดลูกเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้ลำบากมากขึ้น ดังนั้นหากมีอาการต่อไปนี้ควรเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการประเมิน
มดลูกวิรูปมีการตรวจเพื่อนำมาซึ่งการวินิจฉัยหลายวิธี แต่ละวิธีมีความไวที่แตกต่างกัน บางวิธีขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของผู้ตรวจ
| วิธีตรวจ | รูปร่างภายนอกมดลูก | โพรงมดลูก | เหมาะสำหรับวินิจฉัย | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| ส่องกล้องวินิจฉัย (laparoscopy + hysteroscopy) | ✅ | ✅ | ✅ | ค่าใช้จ่ายสูง มีแผลผ่าตัดที่หน้าท้อง |
| อัลตราซาวนด์สามมิติทางช่องคลอด (3D-TVUS) | ✅ | ✅ | ✅ | แม่นยำสูง ราคาไม่แพง ทราบผลทันที |
| การฉีดสีเอกซเรย์ (HSG) | ❌ | ✅ | ❌ | ความแม่นยำต่ำ |
| อัลตราซาวนด์สองมิติ (2D-TVUS) | ⚠️ บางส่วน | ✅ | ❌ | ขึ้นกับทักษะผู้ตรวจ |
โดยเครื่องมือที่นำมาวินิจฉัยต้องให้ข้อมูลต่อไปนี้ได้อย่างแม่นยำ
เป็นการใช้กล้องส่องเข้าไปในโพรงมดลูกผ่านช่องคลอดและปากมดลูก ทำให้ไม่มีแผลผ่าตัด ปัจจุบันนวัตกรรมทางเทคโนโลยีการเก็บภาพทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้นทำให้ขนาดกล้องส่องโพรงมดลูกเพื่อวินิจฉัยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-4 มม. เท่านั้น นอกจากนี้เทคนิคการใส่กล้องผ่านช่องคลอด (vaginoscopy) ทำให้ไม่ต้องใส่อุปกรณ์ถ่างช่องคลอด (speculum) และเครื่องมือจับปากมดลูก (tenaculum) ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายมากขึ้น เนื่องจากความเจ็บปวดน้อยลง
มดลูกปกติจะเห็นโพรงมดลูกกว้าง เยื่อบุมดลูกสีชมพูและเห็นรูเปิดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง ส่วนมดลูกวิรูปจะเห็นโพรงมดลูกแคบลึกเข้าไปเหมือนอุโมงค์ เยื่อบุมดลูกสีซีด และไม่เห็นรูเปิดท่อนำไข่
ภาพมุมกว้าง (panoramic view) ของโพรงมดลูกผ่านกล้องส่องโพรงมดลูก (hysteroscope)
โพรงมดลูกกว้าง เยื่อบุมดลูกสีชมพู เห็นรูเปิดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง (ลูกศร)
โพรงมดลูกแคบลึกเข้าไปเหมือนอุโมงค์ เยื่อบุมดลูกสีซีด และไม่เห็นรูเปิดท่อนำไข่
ภาพประกอบเพื่อการอธิบาย ไม่ใช่ภาพถ่ายจากผู้ป่วยจริง
ดูวิดีโอ: ส่องกล้องดูมดลูกวิรูปเทียบกับมดลูกปกติ
ดูวิดีโอ: ส่องกล้องวินิจฉัยโพรงมดลูกด้วยเทคนิค vaginoscopy แบบ "NO TOUCH"
สามารถปรับภาพมดลูกให้อยู่ในแนวหน้าหลังได้ชัดเจน (mid-coronal view) ทำให้ประเมินได้ทั้ง external contour และ internal cavity โดยมีความแม่นยำสูง ราคาไม่แพง สามารถตรวจและทราบผลได้ทันที อาศัยประสบการณ์ของผู้ตรวจไม่มากนัก แต่ต้องการการฝึกฝนทักษะการตรวจอัลตราซาวนด์เพิ่มเติม มดลูกวิรูปจะเห็นมดลูก 1 อัน โพรงมดลูกโพรงเดียว โพรงมดลูกด้านข้างมีกล้ามเนื้อมดลูกหนาทำให้โพรงมดลูกรูปร่างคล้ายตัวอักษร T
ลักษณะมดลูกจากอัลตราซาวนด์สามมิติทางช่องคลอด (3D-TVUS) ภาพแนวหน้า-หลัง (mid-coronal view)
มดลูก 1 อัน โพรงมดลูกโพรงเดียว รูปสามเหลี่ยม
มดลูก 1 อัน โพรงมดลูกโพรงเดียว กล้ามเนื้อด้านข้างหนา ทำให้โพรงมดลูกรูปร่างคล้ายอักษร T
ภาพประกอบเพื่อการอธิบาย ไม่ใช่ภาพถ่ายจากผู้ป่วยจริง
สามารถเห็นภาพมดลูกด้านข้าง (sagittal view) เท่านั้น ทำให้ไม่ค่อยเหมาะสมกับการวินิจฉัยมากนัก เนื่องจากผู้ตรวจต้องมีทักษะอัลตราซาวนด์ระดับสูง และต้องอาศัยจินตนาการของผู้ตรวจ ไม่สามารถวัดมุมใน coronal view ได้ ทำให้ความแม่นยำไม่ดี
เป็นการตรวจเช่นเดียวกับการตรวจท่อนำไข่ สามารถเห็น internal cavity ได้ แต่ไม่สามารถบอก external contour ได้ ทำให้ความแม่นยำต่ำ
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษามดลูกวิรูปที่เป็นรูปแบบที่ยอมรับกันทั่วไป และยังขาดการศึกษาถึงผลของการรักษาด้วยการวิจัยที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ (RCT) แต่อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกเห็นเหมือนกันว่า ผู้ที่มีมดลูกวิรูปที่ต้องการมีบุตรควรได้รับการผ่าตัดปรับโพรงมดลูกให้เป็นปกติผ่านกล้องส่องโพรงมดลูก (hysteroscopic metroplasty) ซึ่งงานวิจัยทุกชิ้นมีผลไปในทางเดียวกันคือหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยจะมีการตั้งครรภ์ที่ดีขึ้น ลดการแท้งบุตร
Hysteroscopic metroplasty สามารถผ่าตัดได้ในช่วงต้นของรอบระดูก่อนตกไข่ (early follicular phase) เนื่องจากผนังมดลูกยังไม่หนา และมดลูกไม่บีบตัวต้านการทำงานของเครื่องมือ หลักการคือการตัดกล้ามเนื้อมดลูกด้านซ้าย-ขวาให้ขาดออกจากกันในแนวเส้นตรง และค่อย ๆ ตัดกล้ามเนื้อมดลูกในแนวดังกล่าวให้ลึกลงไปเรื่อย ๆ จนเห็นจุดเปิดของท่อนำไข่ (tubal ostium) จากการมองขึ้นไปจากส่วน isthmus ของมดลูก โดยไม่มีการตัดชิ้นส่วนของมดลูกใด ๆ ออกไป ยกเว้นพบพยาธิสภาพอื่น ๆ ในโพรงมดลูกร่วมด้วย เช่น ติ่งเนื้อในโพรงมดลูก หรือเนื้องอกมดลูกชนิด submucous
ดูวิดีโอ: การผ่าตัดแก้ไขมดลูกวิรูปผ่านกล้องส่องโพรงมดลูก (hysteroscopic metroplasty)
หลังผ่าตัดผู้ป่วยมักสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้แทบจะปกติ เนื่องจากการผ่าตัดเป็นการใส่กล้องผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก ไม่มีแผลที่หน้าท้อง อาจมีเลือดออกทางช่องคลอดเล็กน้อย โดยเฉพาะภายใน 1 สัปดาห์แรก
แนะนำให้งดเพศสัมพันธ์ 1 เดือนหลังจากการผ่าตัดหรือจนกว่าประจำเดือนรอบถัดไปจะมา เนื่องจากอาจทำให้โพรงมดลูกอักเสบติดเชื้อได้
พังผืดในโพรงมดลูกหลังผ่าตัดสามารถป้องกันได้โดยการวางแนวแผลให้อยู่บริเวณซ้าย-ขวาซึ่งโอกาสเกิดแผลเป็นน้อยมาก การใส่เจลป้องกันพังผืดในโพรงมดลูกทันทีหลังผ่าตัด การให้รับประทานฮอร์โมนเอสโตรเจนขนาดสูงเพื่อกระตุ้นให้เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญมาคลุมบริเวณที่ทำการผ่าตัด การป้องกันการติดเชื้อหลังผ่าตัดด้วยยาปฏิชีวนะ เป็นต้น
หลังผ่าตัดผู้ป่วยควรได้รับการประเมินลักษณะของโพรงมดลูกอีกครั้งด้วย diagnostic hysteroscopy หรืออัลตราซาวนด์สามมิติทางช่องคลอด (3D-TVUS) เพื่อประเมินรูปร่างของโพรงมดลูกหลังผ่าตัดว่ากลับมาเป็นลักษณะปกติแล้วหรือไม่
การตรวจด้วย diagnostic hysteroscopy ด้วยเทคนิค vaginoscopy สามารถทำได้ที่ผู้ป่วยนอก ใช้เวลาไม่นาน โดยผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยหรือไม่มีความเจ็บปวดเลย หลังผ่าตัด 5 สัปดาห์โพรงมดลูกจะกว้างเป็นปกติ เยื่อบุมดลูกมีเลือดมาเลี้ยงปกติและเห็นรูเปิดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง
โพรงมดลูกจากการตรวจ diagnostic hysteroscopy ในผู้ป่วยมดลูกวิรูปรายเดียวกัน
เยื่อบุมดลูกซีด โพรงมดลูกแคบลึก และไม่เห็นรูเปิดท่อนำไข่
โพรงมดลูกกว้างปกติ เยื่อบุมดลูกมีเลือดมาเลี้ยงปกติ และเห็นรูเปิดท่อนำไข่ทั้งสองข้าง (ลูกศร)
ภาพประกอบเพื่อการอธิบาย ไม่ใช่ภาพถ่ายจากผู้ป่วยจริง
แผนการมีบุตรหลังผ่าตัดสามารถปล่อยให้มีบุตรตามธรรมชาติหรือเริ่มกระตุ้นไข่ทำเด็กหลอดแก้วได้เลยหลังจากตรวจหลังผ่าตัดแล้ว
กรณีวางแผนย้ายตัวอ่อนแช่แข็งแนะนำให้พักอย่างน้อย 2 รอบเดือนค่อยเริ่มเตรียมผนังมดลูกเพื่อย้ายตัวอ่อนแช่แข็งต่อไป
การผ่าตัดแก้ไขมดลูกวิรูปผ่านกล้องส่องโพรงมดลูกด้วยเทคนิค Digital hysteroscopy clinic ที่ทำให้การผ่าตัดโพรงมดลูกผ่านกล้องมีความปลอดภัย แม่นยำและสะดวกมากขึ้น ปรับโพรงมดลูกให้เป็นปกติพร้อมต่อการรับตัวอ่อนต่อไป ระยะเวลาที่ผ่านมามีคนไข้ที่ผ่านการผ่าตัดที่นี่เกือบร้อยราย หมอก็รวบรวมผลการตั้งครรภ์ในคนไข้มดลูกวิรูปหลังการผ่าตัดเป็นอย่างไรบ้าง
ใช้เวลาประมาณ 5 เดือนกว่า ๆ ไม่ว่าจะตั้งครรภ์เองหรือด้วยเด็กหลอดแก้ว ข้อมูลจากคนไข้ที่ผ่าตัดที่คลินิก LIFE by Dr. Pat เกือบร้อยราย
ดูวิดีโอ: มดลูกวิรูปไม่ใช่แค่มีลูกยาก