แท้งซ้ำ (Recurrent Pregnancy Loss)

แท้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป สมควรได้รับคำตอบ ไม่ใช่แค่คำว่า "ลองใหม่นะ" — การตรวจที่มีหลักฐานรองรับ สาเหตุที่รักษาได้จริง และตัวเลขที่ให้ความหวังอย่างมีเหตุผล

✍️ เขียนโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG — แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ · ปรับปรุงล่าสุด สิงหาคม 2026

แท้งกี่ครั้งจึงเรียกว่า "แท้งซ้ำ"

แนวทางปัจจุบันของ ESHRE และ ASRM ให้นิยามภาวะแท้งซ้ำ (recurrent pregnancy loss) ว่าคือการแท้งตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป — ไม่ต้องรอให้แท้งครั้งที่สามจึงจะตรวจได้ ภาวะนี้พบในคู่ที่พยายามมีบุตรประมาณ 1–2%

ข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุด

แม้จะแท้งมาแล้วหลายครั้ง คู่ส่วนใหญ่ก็ยังมีบุตรสำเร็จในที่สุด หลังแท้ง 2 ครั้ง โอกาสที่การตั้งครรภ์ครั้งถัดไปจะสำเร็จยังอยู่ที่ราว 70–75% และแม้แท้งมาแล้ว 3 ครั้งก็ยังราว 60–65% การตรวจหาสาเหตุคือการค้นหาส่วนน้อยที่รักษาได้ — และการดูแลติดตามอย่างใกล้ชิดในครรภ์ถัดไปเองก็สัมพันธ์กับผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

อะไรทำให้แท้งซ้ำ

ตรวจอะไรบ้าง — และอะไรไม่จำเป็นต้องตรวจ

ภาวะแท้งซ้ำเป็นสาขาที่มีการตรวจที่ไม่มีหลักฐานรองรับมากที่สุดสาขาหนึ่ง การตรวจตามหลักฐานประกอบด้วย:

  1. อัลตราซาวด์ 3 มิติทางช่องคลอด

    การตรวจอันดับแรกสำหรับรูปร่างโพรงมดลูก แยกผนังกั้นและโพรงรูปตัว T ออกจากโพรงปกติได้อย่างแม่นยำ 3D-TVUS ทำงานอย่างไร

  2. ตรวจแอนติบอดีแอนติฟอสโฟลิพิด

    Lupus anticoagulant, anticardiolipin และ anti-β2-glycoprotein I — ต้องผิดปกติ 2 ครั้งห่างกัน 12 สัปดาห์จึงวินิจฉัย

  3. ไทรอยด์และโปรแลกติน

    การเจาะเลือดง่าย ๆ เพื่อหาสาเหตุด้านต่อมไร้ท่อที่รักษาได้

  4. คาริโอไทป์ของคู่สมรส

    พิจารณาตรวจทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อแท้งตั้งแต่อายุครรภ์น้อยหรือมีประวัติครอบครัว

  5. ส่องกล้องโพรงมดลูกเมื่อมีข้อบ่งชี้

    ยืนยันและรักษาความผิดปกติในโพรงมดลูกได้ในคราวเดียว — ตัดผนังกั้น หรือผ่าตัดแก้ไขมดลูกวิรูป (hysteroscopic metroplasty) ผ่านการส่องกล้องแบบ no-touch

การตรวจ thrombophilia ทางพันธุกรรมแบบเหวี่ยงแห การตรวจเซลล์ NK หรือแผงตรวจภูมิคุ้มกันราคาแพง ไม่มีหลักฐานรองรับและไม่อยู่ในแนวทางมาตรฐาน — เราบอกตรง ๆ แทนที่จะขายการตรวจเหล่านั้น

การรักษาตามสาเหตุ

LIFE by Dr. Pat ตรวจหาสาเหตุแท้งซ้ำโดย นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย (FACOG, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG) ด้วยตนเองทุกขั้นตอน — ทั้ง 3D-TVUS และส่องกล้องโพรงมดลูกภายในคลินิก ใจกลางกรุงเทพฯ ใกล้ BTS เพลินจิต ตรวจเฉพาะที่มีหลักฐานรองรับ และอธิบายผลอย่างตรงไปตรงมา

นัดหมายปรึกษาแพทย์ ปรึกษาออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย

แท้งกี่ครั้งควรมาตรวจ?

แนวทาง ESHRE และ ASRM ปัจจุบันแนะนำให้ตรวจได้ตั้งแต่แท้ง 2 ครั้ง ไม่ต้องรอครั้งที่สาม และหากกังวลหลังการแท้งครั้งใดก็ตาม การมาปรึกษาเพื่อประเมินสถานการณ์เฉพาะตัวก็สมเหตุสมผลเสมอ

สาเหตุแท้งซ้ำที่พบบ่อยที่สุดคืออะไร?

โครโมโซมตัวอ่อนผิดปกติพบบ่อยที่สุด และโอกาสเพิ่มขึ้นตามอายุฝ่ายหญิง ส่วนสาเหตุที่รักษาได้ซึ่งสำคัญที่สุดคือความผิดปกติของโพรงมดลูกและกลุ่มอาการแอนติฟอสโฟลิพิด (APS)

ควรตรวจอะไรบ้าง?

อัลตราซาวด์ 3 มิติดูโพรงมดลูก ตรวจแอนติบอดีแอนติฟอสโฟลิพิด (ยืนยัน 2 ครั้งห่างกัน 12 สัปดาห์) ไทรอยด์และโปรแลกติน และพิจารณาคาริโอไทป์ของทั้งคู่ ส่วนแผงตรวจภูมิคุ้มกันและ thrombophilia แบบเหวี่ยงแหไม่มีหลักฐานรองรับ

มดลูกรูปตัว T หรือผนังกั้นมดลูกทำให้แท้งจริงหรือ?

จริง ผนังกั้นโพรงมดลูกเป็นสาเหตุการแท้งที่ยืนยันชัดเจน และโพรงมดลูกวิรูปรูปตัว T สัมพันธ์ทั้งกับมีบุตรยากและการแท้ง ทั้งสองภาวะวินิจฉัยด้วยอัลตราซาวด์ 3 มิติ และแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดผ่านกล้องแบบผู้ป่วยนอก

แท้งซ้ำแล้ว โอกาสมีลูกสำเร็จเหลือเท่าไหร่?

ดีกว่าที่หลายคู่กลัวมาก แม้แท้งมาแล้ว 3 ครั้งโดยไม่พบสาเหตุจำเพาะ การตั้งครรภ์ครั้งถัดไปยังสำเร็จราว 60–65% และสูงกว่านั้นเมื่อรักษาสาเหตุที่พบและได้รับการดูแลใกล้ชิดตั้งแต่ต้นครรภ์

Dr. Patsama Vichinsartvichai

เกี่ยวกับผู้เขียน

นพ.พัฒน์ศมา วิจินศาสตร์วิจัย, MD, MClinEmbryol, EFOG-EBCOG, EFRM-ESHRE/EBCOG, FACOG แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ (อนุมัติบัตรเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์) อดีตหัวหน้าหน่วยเด็กหลอดแก้ว Vajira IVF มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และผู้ก่อตั้ง LIFE by Dr. Pat กรุงเทพฯ มีผลงานวิจัยตีพิมพ์ด้านมดลูกวิรูป (T-shaped uterus) และภาวะมีบุตรยากจากมดลูก

รู้จักหมอพัฒน์ →
LINE WA